จากกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปราม เข้าจับกุม พระวชิรญาณ วิ. หรือ หลวงพ่ออติโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าตำรับเหรียญวัตถุมงคลชื่อดัง เหนือดวง หลังตรวจสอบพบพฤติกรรมยักยอกเงินวัดกว่า 92 ล้านบาท โอนเข้าบัญชีสีกาคนสนิท ทั้งยังพบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเสพเมถุนภายในกุฏิ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย

11 ก.ย.69 พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ได้แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าวว่า อาตมาอยากฝากไปถึงประชาชนด้วยว่า หลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเป็นของแท้ แต่ถ้าไปประพฤติตนแบบนั้นอย่าไปเรียกว่าพระเลย ถ้าเป็นขนาดนี้พระพุทธเจ้าจะเรียกพระแบบนี้ว่า ภิกษุมหาโจร เพราะปล้นเงินศาสนาไปใช้ส่วนตัวยิ่งกว่าโจรเมื่อสองวันก่อนที่ลงมือปล้นธนาคารได้ไปแค่ล้านห้า แต่นี้ปล้นเงินศาสนาที 100 – 200 ล้านบาท แล้วยังต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบยกกำลังไปจับกุมเหมือนกับพวกโจรตัวใหญ่ๆ เป็นภิกษุมหาโจร

อาตมาเห็นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจออกประกาศเตือนไปแล้วว่า ไม่ว่าจะหลวงพี่หลวงพ่อองค์ไหนวัดไหนก็ตามที่ยังมีพฤติกรรมแบบนี้อยู่ ให้รีบหยุดซะ เพราะถ้าไม่หยุดจะต้องถูกจับเดินเข้าตารางแน่ๆ ส่วนที่ถามว่าวัตถุมงคลที่ปลุกเสกโดยภิกษุมหาโจรแบบนี้จะมีความศักดิ์สิทธิ์ไหม มันจะเอาอะไรมาศักดิ์สิทธิ์ และไม่มีอะไรศักดิ์สิทธิ์ไปกว่าคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าหรอก ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน แต่คนเรากลับไปให้ความสำคัญกับปาฎิหารย์การปลุกเสกมากกว่า แล้วเป็นไงคนเสกก็เอาเงินไปปรนเปรอผู้หญิง ทำพิธีสายมูได้เงินมามากเท่าไรก็ต้องหมดไปเพราะคุมกิเลสตัวเองไม่ได้ เคสนี้คงทำให้ชาวบ้านสายมูตาสว่างคิดกันได้สักที เพราะบางทีคำสั่งสอนอะไรก็ไม่เทียบเท่ากับประสบการณ์จริงๆ ที่จะสั่งสอนได้มากกว่า

เรื่องภิกษุมหาโจรจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้ารักษาพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าสั่งสอนไว้ ห้ามภิกษุอยู่ในที่ลับตากับผู้หญิง 2 ต่อ 2 ถ้ายึดปฎิบัติได้ก็จะมีพระธรรมวินัยคุ้มครองตน ไม่เกิดเรื่องแบบนี้ ถ้าแค่พระธรรมวินัยยังรักษาไว้ไม่ได้แล้วจะเอาอะไรไปปลุกเสกให้วัตถุมงคลมีความขลังมีความศักดิ์สิทธิ์
