ความคืบหน้ากรณีชายรายหนึ่งเสียชีวิตหลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี ด้วยอาการเจ็บหน้าอกและเหงื่อแตก แต่ครอบครัวอ้างว่าแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเพียงอาการแพนิก ไม่ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ตามที่ภรรยาร้องขอ พร้อมใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม ก่อนให้ผู้ป่วยกลับบ้าน กระทั่งผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่โรงพยาบาลมีคำสั่งพักงานแพทย์ผู้ตรวจระหว่างรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ล่าสุด คุณพ่อปิยะศักดิ์ ว่องไว ผู้อำนวยการและแพทย์ของโรงพยาบาลซานคามิลโล ได้เดินทางไปร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมศพของ นายภาณุพงศ์ ผู้เสียชีวิต พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัว และยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ของโรงพยาบาล
คุณพ่อปิยะศักดิ์ เปิดเผยว่า แพทย์เจ้าของไข้เป็นแพทย์อายุรกรรมแบบพาร์ทไทม์ มีอายุกว่า 70 ปี และปฏิบัติงานกับโรงพยาบาลมาเป็นเวลานานโดยขณะนี้โรงพยาบาลได้มีคำสั่งพักงานแล้ว และยังไม่สามารถติดต่อแพทย์รายดังกล่าวได้
ในส่วนของการตรวจสอบข้อเท็จจริง โรงพยาบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามาร่วมตรวจสอบ ทั้งผู้แทนจากสำนักงานประกันสังคม แพทยสภา และผู้เกี่ยวข้องด้านจริยธรรมวิชาชีพ เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใส พร้อมยืนยันว่าจะไม่ปกป้องผู้กระทำผิด เพราะหากมีการกระทำที่ขัดต่อจรรยาบรรณวิชาชีพ ก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยังกล่าวขอโทษต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยระบุว่า พฤติกรรมของแพทย์ที่ถูกร้องเรียนเป็นเรื่องของบุคคล และเป็นสิ่งที่ตนยอมรับไม่ได้ พร้อมย้ำว่าโรงพยาบาลยึดมั่นในการดูแลรักษาผู้ป่วยและพัฒนาคุณภาพการให้บริการมาโดยตลอด จากนี้จะปล่อยให้คณะกรรมการอิสระดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ คุณพ่อปิยะศักดิ์ ยังรับปากว่าจะให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ และหากมีการดำเนินคดีในทางกฎหมาย โรงพยาบาลก็พร้อมน้อมรับผลการพิจารณาและจะไม่โต้แย้ง
ทั้งนี้ ภายหลังเกิดเหตุ โรงพยาบาลได้เชิญแพทย์เจ้าของไข้มาพูดคุยกับครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว แต่ทั้งสองฝ่ายให้ข้อมูลที่แตกต่างกันในหลายประเด็น จึงเห็นว่าควรปล่อยให้แพทยสภาและคณะกรรมการสอบสวนที่มีบุคคลภายนอกร่วมพิจารณา เป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและจริยธรรมวิชาชีพอย่างเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

