พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินถึงสาธารณรัฐฝรั่งเศสแล้ว เพื่อทรงเริ่มการเยือนอย่างเป็นทางการ (State Visit) ตามคำทูลเชิญของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมีกำหนดการสำคัญตลอดระยะเวลา 5 วัน ทั้งการเข้าเฝ้าประธานาธิบดีฝรั่งเศส การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ ตลอดจนทอดพระเนตรการดำเนินงานด้านอุตสาหกรรมการบินของบริษัทแอร์บัส
การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส เนื่องในโอกาสครบรอบ 170 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต และนับเป็นการเสด็จเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการครั้งที่ 3 ของพระมหากษัตริย์ไทย
เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2569 เวลา 08:46 น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่งของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบินที่ ทีจี 8886 ถึงท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ออร์ลี สาธารณรัฐฝรั่งเศส ในโอกาสเสด็จเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569 ตามคำทูลเชิญของนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส
ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นายโลร็อง นูเญซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศส พร้อมด้วยข้าราชการระดับสูงของสาธารณรัฐฝรั่งเศส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินผ่านแถวกองทหารเกียรติยศ และประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส ซึ่งรัฐบาลฝรั่งเศสจัดถวายเป็นโรงแรมที่ประทับ
ต่อมา เวลา 09:45 น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระราชดำเนินถึงโรงแรมเลอ เมอริช โดยมีนางสาวธิดา สุขีลาภ อัครราชทูต ณ กรุงปารีส ข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต หัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทย ณ กรุงปารีส ชุมชนชาวไทยในกรุงปารีส และนายปาสกาล บียารด์ ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

สำหรับกำหนดการในวันที่ 29 มิถุนายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ณ อนุสรณ์สถานโอแตล เด แซ็งวาลิด กรุงปารีส โดยประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสและภริยาจะเฝ้ารับเสด็จ จากนั้นจะเสด็จพระราชดำเนินไปยังทำเนียบประธานาธิบดีเพื่อทรงพบหารือ และในช่วงค่ำ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสและภริยาจะถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ
ส่วนในวันที่สาม จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์ประตูชัย เพื่อรำลึกถึงทหารนิรนาม ก่อนเสด็จพระราชดำเนินไปยังศาลาว่าการกรุงปารีส รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับแนวคิด “ปารีสแห่งความยั่งยืน” จากนายกเทศมนตรีกรุงปารีส
จากนั้นจะเสด็จพระราชดำเนินโดยเรือไฟฟ้าพระที่นั่ง เพื่อทอดพระเนตรและรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศของแม่น้ำแซน ก่อนเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง กรุงปารีส ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา
สำหรับวันสุดท้ายของการเยือนฝรั่งเศส จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังเมืองตูลูส เพื่อทอดพระเนตรการดำเนินงานของบริษัทแอร์บัส รับฟังการบรรยายสรุปด้านพัฒนาการอุตสาหกรรมการบิน ทอดพระเนตรสายการประกอบเครื่องบินรุ่น A350 รวมถึงเสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์ฝึกนักบิน และทรงทำการบินด้วยเครื่องจำลองการบินเสมือน
ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มีกำหนดเสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศไทยโดยเที่ยวบินที่ ทีจี 8887 และจะถึงท่าอากาศยานทหารดอนเมือง ในวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 10:00 น.
การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ นับเป็นการเสด็จเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ (State Visit) ครั้งที่ 3 ของพระมหากษัตริย์ไทย ต่อจากรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อีกทั้งยังเป็นการเสด็จเยือนในวาระครบรอบ 340 ปีแห่งการเริ่มต้นความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส และครบรอบ 170 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต อันเป็นการสืบสานและต่อยอดสัมพันธไมตรีอันยาวนานระหว่างทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามในการนี้ เลขทะเบียนรถยนต์พระที่นั่งที่ ในหลวง-พระราชินี ทรงประทับเพื่อเสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีสนั่นก็คือ 4810
