นายปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่นาข้าวได้รับความเสียหายจากพายุจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ โดยระบุว่า เกษตรกรสามารถขอรับความช่วยเหลือตามระเบียบเงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 ซึ่งมีหลักเกณฑ์สำคัญคือ ต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้ อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ และผ่านการสำรวจความเสียหายจริงจากเจ้าหน้าที่
สำหรับอัตราเงินช่วยเหลือที่เกษตรกรจะได้รับคือ ไร่ละ 2,240 บาท โดยมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน
ขั้นตอนสำคัญในการขอรับความช่วยเหลือ
1. เกษตรกรต้องแจ้งความเสียหายทันทีต่อผู้นำชุมชน หรือสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่
2. เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
3. เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง
นายปิยะรัฐชย์ ได้เน้นย้ำให้เกษตรกรรีบดำเนินการแจ้งความเสียหายตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ์ในการรับความช่วยเหลือดังกล่าว
ช่องทางการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลเกษตรกร ปี 2569 (ไม่มีค่าใช้จ่าย):
1. แจ้งข้อมูลด้วยตนเอง: ที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งแปลงปลูก หรือจุดให้บริการที่เจ้าหน้าที่ประกาศไว้
2. ผ่านเว็บไซต์ http://efarmer.doae.go.th (e-Form): เหมาะสำหรับเกษตรกรรายใหม่ หรือรายเดิมที่ต้องการเพิ่มแปลงใหม่
3. ผ่านแอปพลิเคชัน FARMBOOK: เหมาะสำหรับเกษตรกรรายเดิมที่มีแปลงปลูกเดิม (รองรับทั้งระบบ Android และ iOS)
หลักฐานที่ต้องใช้ (กรณีติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอ):
1. บัตรประชาชน (ตัวจริง)
2. สำเนาหลักฐานการถือครองที่ดิน
3. เกษตรกรรายใหม่ หรือรายเดิมที่เพิ่มแปลงใหม่ ต้องนำหลักฐานการใช้ที่ดิน (ตัวจริงหรือสำเนา) มาแสดงด้วย
ขั้นตอนปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2569 ผ่านแอป Farmbook
– ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Farmbook ได้ทั้งระบบ Android และ iOS
– เข้าสู่ระบบโดยกรอกรหัสทะเบียนเกษตรกร 12 หลัก
– เลือกเมนู “ปรับปรุงทะเบียน” และหัวข้อ “แจ้งปลูก”
– เลือก “แปลงเอกสารสิทธิ์”
– เลือก “กิจกรรมการแจ้งปลูก”
– กรอกข้อมูลและแจ้งรอบปลูกปัจจุบัน
เกษตรกรสามารถตรวจสอบสิทธิ์การเป็นเกษตรกร หรือการเป็นสมาชิกครัวเรือนเกษตรกรได้ที่เว็บไซต์ http://farmer.doae.go.th
