ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี กำหนดมาตรการรับมือความเสี่ยงขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียด กระทบเส้นทางขนส่งสำคัญของโลก โดยสั่งระงับการส่งออกน้ำมันบางประเภทชั่วคราว พร้อมกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มปริมาณสำรองในประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานและป้องกันผลกระทบต่อประเทศไทย

ราชกิจจาฯ นายกสั่งด่วน ระงับส่งออกน้ำมันชั่วคราว ป้องกันขาดแคลน

ราชกิจจาฯ นายกสั่งด่วน ระงับส่งออกน้ำมันชั่วคราว ป้องกันขาดแคลน
ราชกิจจานุเบกษา คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๒/๒๕๖๙ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง
โดยที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล และอิหร่านได้ทวีความตึงเครียดและนำไปสู่การตอบโต้อย่างรุนแรง โดยการโจมตีทางอากาศต่อพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญหลายแห่งในตะวันออกกลาง ตลอดจนการยกระดับการจำกัดเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่ออุปทานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทย อีกทั้งไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์จะยุติเมื่อใด
เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๑๖ นายกรัฐมนตรีจึงออกคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ระงับการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงดังต่อไปนี้เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
(๑) น้ำมันสำเร็จรูป ได้แก่
(ก) น้ำมันเบนซิน
(ข) น้ำมันแก๊สโซฮอล์/น้ำมันเบนซินพื้นฐาน
(ค) น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว
(ง) น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินชนิด เจท เอ ๑
(๒) ก๊าซปิโตรเลียมเหลว
ข้อ ๓ คำสั่งนี้ไม่ให้ใช้บังคับแก่การส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๒ ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) การส่งออกไปสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
(๒) น้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อส่งออกที่เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือเขตปลอดอากร ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
(๓) น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีลักษณะและคุณภาพไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานว่าด้วยการกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งไม่สามารถจำหน่ายในราชอาณาจักรได้
ข้อ ๔ ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๒ (๑) ที่ผลิตในราชอาณาจักร ในอัตราร้อยละ ๑.๕ ตั้งแต่วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ และในอัตราร้อยละ ๓ ตั้งแต่วันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙ การคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง การขอความเห็นชอบสถานที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ การมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทน และการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง
ข้อ ๕ ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ แสดงหลักฐานเป็นหนังสืออันฟังได้ว่ามีพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ ไม่อาจสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามอัตราที่กำหนดในข้อ ๔ ได้ หรือการสำรองนั้นจะทำให้ผู้ค้าน้ำมันต้องได้รับความเสียหายเกินสมควร ให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีอำนาจออกคำสั่งผ่อนผันเป็นการชั่วคราวมิให้ผู้ค้าน้ำมันต้องสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง หรือให้ลดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องสำรองได้ตามระยะเวลาที่เห็นสมควร ในการนี้ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะกำหนดเงื่อนไขในการผ่อนผันไว้ด้วยก็ได้
สั่ง ณ วันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
อนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรี

ราชกิจจาฯ นายกสั่งด่วน ระงับส่งออกน้ำมันชั่วคราว ป้องกันขาดแคลน

ราชกิจจาฯ นายกสั่งด่วน ระงับส่งออกน้ำมันชั่วคราว ป้องกันขาดแคลน
