
โดย โอ๋ เข้าร่วมรายการ WOODY TALK มีบางช่วงของรายการที่ พิธีกร ได้ถามเรื่องดังกล่าว เธอ เล่าว่า การตัดสินใจแยกทางไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุด คือ ความรู้สึกของลูก จึงพยายามทำทุกอย่างให้ชีวิตของแสนดี ยังคงเหมือนเดิมมากที่สุด ยอมเป็นฝ่ายออกจากบ้าน เพื่อให้ลูกได้อยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะไม่อยากให้ลูกต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่กระทบจิตใจ

ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา เธอ ต้องต่อสู้มาตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี แบกรับภาระดูแลครอบครัว ทำงานหาเงินเลี้ยงพ่อแม่ และน้องๆ จนแทบไม่มีโอกาสใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง ความยากลำบากในวัยเด็กทำให้เธอสัญญากับตัวเองว่า เมื่อตัวเองมีลูก จะไม่มีวันปล่อยให้ลูกต้องขาดสิ่งใดเหมือนที่เคยเจอ

แม้ชีวิตคู่จะจบลง แต่ทั้ง เธอ และ อดีตสามี ยังคงทำหน้าที่พ่อแม่อย่างเต็มที่ อีกทั้ง โอ๋ ยังย้ำว่า อีกฝ่ายรักลูกมาก และยังคงพูดคุยกันเรื่องลูกเสมอ ขณะเดียวกันความรักครั้งใหม่กับ เบียร์ สรณัฐ ก็เข้ามาเป็นพลังใจสำคัญในช่วงเวลาที่ชีวิตต้องเริ่มต้นใหม่ แม้เธอจะย้ำตั้งแต่แรกว่า ไม่คิดมีลูกเพิ่ม แต่ฝ่ายชาย ก็ยังเลือกเดินเคียงข้าง และคอยซัพพอร์ตเสมอ

นอกจากการดูแลหัวใจตัวเองแล้ว โอ๋ ยังหันกลับมาใส่ใจสุขภาพ และรูปลักษณ์อีกครั้ง จากเดิมที่เคยมีน้ำหนักถึง 78 กิโลกรัม ปัจจุบันลดลงเหลือราว 58 กิโลกรัมในวัยใกล้ 50 ปี พร้อมยอมรับว่า ชีวิตวันนี้ทำให้ เธอ เรียนรู้ที่จะรักตัวเองมากขึ้น และพร้อมเดินหน้ากับบทบาทคุณแม่ที่เข้มแข็งต่อไป

ภาพ จาก WOODY TALK
เรียบเรียงโดย news.in.th
