โดยเสี่ยวเฉียนเล่าว่า ก่อนแต่งงานเธอและสามีทำงานในโรงงานเดียวกัน แต่หลังจากแต่งงาน “จางหมิง” สามีของเธอ ได้ยืมเงินจากเพื่อน 100,000 หยวน เพื่อเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง อย่างไรก็ดี ในตอนที่ธุรกิจเพิ่งตั้งตัว สามีก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เพื่อนๆ ทุกคนต่างแนะนำให้เธอแต่งงานใหม่ เพราะเธอยังสาว และมีลูกสาวเพียงคนเดียว แต่เธอก็จะตอบไปเหมือนเดิมทุกครั้งว่า “ฉันทิ้งแม่สามีไว้ตามลำพังไม่ได้”
แม่แท้ๆ ของเสี่ยวเฉียน เสียชีวิตด้วยอาการป่วยตั้งแต่เธอยังเด็ก อีกทั้งฐานะทางครอบครัวของเธอยังยากจน แต่แม่สามีปฏิบัติต่อเธอเหมือนลูกสาวแท้ๆ มาเสมอ อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่ลูกชายเสียชีวิต แม่สามีก็ป่วยหนักเนื่องจากความเศร้าโศกและต้องการคนดูแล ดังนั้น เธอจะพาแม่สามีและลูกสาวไปด้วยทุกที่ที่เธอไปทำงาน คนอื่นๆ คิดว่าแม่สามีคือแม่แท้ๆ ของเธอด้วยซ้ำ
ไม่เพียงแค่แม่สามีเท่านั้น แต่สามีก็คอยดูแลและช่วยเหลือเธอมามากมาย ตั้งแต่สมัยเป็นเพื่อนร่วมงานในโรงงานเดียวกัน ก็เคยช่วยเธอจากการถูกกลุ่มชายดักทำร้าย จนเขาเองได้รับบาดเจ็บ กระทั่งคบหาและแต่งงาน สามีก็ยังเป็นชายที่มีความซื่อสัตย์และความรู้สึกมั่นคงเสมอมา พวกเขาตั้งใจช่วยกันทำงานอย่างหนัก จนเกือบพลิกผันชีวิตให้รุ่งเรืองได้ด้วยน้ำพักน้ำแรง แต่แล้วก็เกิดอุบัติเหตุกับสามีของเธอเสียก่อน
ในตอนนี้เธอถึงรู้ว่าชีวิตได้พลิกผันจริงๆ แต่เป็นไปในทางที่เลวร้าย แม้แต่เงินซ่อมหลังคายังไม่มี ในฤดูฝนก็ต้องใช้ชีวิตอยู่กับหลังคารั่วๆ และฝนที่ตกทั้งคืน ซ้ำร้ายเจ้าหนี้ที่สามียืมเงินมา 100,000 หยวน ก็เริ่มทวงหนี้เช่นกัน ทำให้เสี่ยวเฉียนหดหู่จนถึงกับคิดฆ่าตัวตาย แต่แล้วในคืนนั้นเองเธอฝันว่าสามีกำลังคุยกับเธอ กระตุ้นให้มีชีวิตที่ดีเพื่อลูกสาว โดยเขาจะเป็นคนช่วยเหลือเอง เพราะเขาอยากให้เธอและลูกมีความสุข
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เสี่ยวเฉียนดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เธอเผชิญกับชีวิตในทัศนคติเชิงบวก เธอพาแม่สามีและลูกสาวออกไปทำงาน เธอต้องการจ่ายหนี้โดยเร็วที่สุด และยังต้องการให้ลูกสาวมีชีวิตที่ดี รวมทั้งสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัยที่ดีกว่านี้ด้วย
5 ปีผ่านไปในชั่วพริบตา และในที่สุดเสี่ยวเฉียนก็เก็บรวบรวมเงินได้ 100,000 หยวน เธอวางแผนที่จะนำไปคืนเจ้าหนี้ด้วยตนเอง และขอโทษเขาที่ใช้เวลานานมากในการชำระหนี้ อย่างไรก็ดี เมื่อเธอไปถึงบ้านของเจ้าหนี้ หยิบเงินออกจากกระเป๋าและอธิบายจุดประสงค์ของเธอ เจ้าหนี้ก็ตกใจและถามย้ำว่า “คุณมาที่นี่เพื่อคืนเงินเหรอ? จางหมิงมาหาฉันเมื่อปีที่แล้ว และได้จ่ายคืนมาแล้ว
เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้าหนี้ เสี่ยวเฉียนก็แทบไม่เชื่อหูตัวเอง และรีบบอกเขาว่าจางหมิงเสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งสีหน้าของเจ้าหนี้ก็ซีดเผือดทันที เพราะรู้สึกหนาวสั่นที่หลังของเขา หลังจากเหตุการณ์นี้แพร่กระจายออกไป ทุกคนก็รู้สึกเหลือเชื่ออย่างไรก็ดี ในช่วงเทศกาลเชงเม้งของทุกปี พวกเขาจะได้เห็นเสี่ยวเฉียนพาลูกสาวไปเผากระดาษที่หลุมศพของจางหมิงจริงๆ