ผลการสำรวจพบว่า มีผักถึง 93 ตัวอย่างที่พบพยาธิปนเปื้อน โดยชนิดของพยาธิที่พบมากที่สุดคือ พยาธิปากขอ ซึ่งพบสูงถึง 42.9 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือพยาธิเส้นด้าย 10.6 เปอร์เซ็นต์ พยาธิแส้ม้า 2.6 เปอร์เซ็นต์ พยาธิไส้เดือน 2.6 เปอร์เซ็นต์ และพยาธิไส้เดือนสุนัข 2.6 เปอร์เซ็นต์

10 อันดับผักสดที่พบพยาธิปนเปื้อนมากที่สุด
จากการตรวจสอบตัวอย่างผักสดชนิดต่างๆ สามารถจัดอันดับผักที่มีการปนเปื้อนของพยาธิจากมากไปน้อยได้ดังนี้
ขึ้นฉ่ายฝรั่ง (Celery) 63.3%
สะระแหน่ 60.0%
ใบบัวบก 57.1%
ผักชีไทย 44.8%
หอม 43.3%
ผักชีฝรั่ง 36.7%
ผักกาดขาวจีน 23.3%
ผักสลัด 20.0%
โหระพา 10.0%
ผักบุ้งจีน 6.7%
คุณประโยชน์ของ “ขึ้นฉ่ายฝรั่ง” ผักยอดฮิตที่มาพร้อมความเสี่ยง
เซเลอรี (Celery) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ “ขึ้นฉ่ายฝรั่ง” เป็นผักที่พบการปนเปื้อนพยาธิเป็นอันดับหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ลำต้นและใบมีสีเขียวสด มีกลิ่นเฉพาะตัวคล้ายขึ้นฉ่ายจีนแต่มีขนาดต้นที่ใหญ่กว่า ข้อมูลทางโภชนาการระบุว่า ขึ้นฉ่ายฝรั่งอุดมไปด้วยแคลเซียม ซึ่งเหมาะสำหรับสตรีมีครรภ์และเด็กที่มีภาวะกระดูกอ่อน
นอกจากนี้ ขึ้นฉ่ายฝรั่งยังมีโพแทสเซียมที่ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด และช่วยปรับสมดุลความดันโลหิต การกินสดจะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีสูง ซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิต้านทานโรค หากนำไปผัดกับน้ำมันจะยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งรังไข่
ขึ้นฉ่ายฝรั่งปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานเพียงแค่ 13 กิโลแคลอรี และมีเส้นใยอาหารสูง จึงช่วยให้อิ่มนานและเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก นิยมนำมากินสด ปั่นเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ ทานคู่กับน้ำพริก น้ำสลัด หรือนำไปประกอบอาหารประเภทซุปและผัดต่างๆ

วิธีกินผักสดให้ปลอดภัย ห่างไกลพยาธิ
ข้อมูลจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีทำความสะอาดผักผลไม้ก่อนรับประทาน เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อโรค พยาธิ และสารพิษตกค้าง โดยสามารถเลือกทำได้ 3 วิธี ดังต่อไปนี้
วิธีที่ 1 ล้างด้วยน้ำไหล: แช่ผักในน้ำนาน 15 นาที จากนั้นเปิดน้ำให้ไหลผ่านพร้อมกับคลี่ใบผักถูไปมานาน 2 นาที วิธีนี้เหมาะสำหรับการล้างผักในปริมาณไม่มาก
วิธีที่ 2 ใช้น้ำส้มสายชู: แช่ผักในน้ำผสมน้ำส้มสายชู 5 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้อัตราส่วนน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร แช่ทิ้งไว้นาน 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด
วิธีที่ 3 ใช้เบกกิ้งโซดา: ใช้โซเดียมไบคาร์บอเนต (เบกกิ้งโซดา) ครึ่งช้อนโต๊ะผสมกับน้ำ 10 ลิตร แช่ผักทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
นอกจากการล้างผักให้สะอาดอย่างถูกวิธีแล้ว กรมอนามัยยังแนะนำเพิ่มเติมว่า การหลีกเลี่ยงพยาธิที่ได้ผลดีที่สุดคือการนำไปปรุงสุก โดยการต้มผ่านความร้อนที่อุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส เป็นเวลาประมาณ 5 นาที ซึ่งจะสามารถฆ่าพยาธิในระยะติดต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ


