ใครใช้อยู่โยนทิ้งด่วน!! ผลิตภัณฑ์ ยี่ห้อดัง เห็นส่วนผสมแล้วตกใจ ล่าสุดมีคนกินเสียชีวิต

23 มิ.ย. 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร เปิดปฏิบัติการตรวจค้น 4 จุด ในพื้นที่ จ.สกลนคร และ จ.นนทบุรี หลังขยายผลจากกรณีผู้บริโภคเสียชีวิตภายหลังรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนักยี่ห้อ “Baschi” ที่สั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยพบของกลางเป็นผลิตภัณฑ์ดังกล่าวรวม 18 กระปุก พร้อมเร่งตรวจสอบหาความเชื่อมโยงถึงเครือข่ายผู้ผลิตและผู้จำหน่าย

 

ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังปรากฏข่าวการเสียชีวิตของผู้บริโภครายหนึ่ง ซึ่งซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนักยี่ห้อ Baschi มารับประทาน โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่มีเลขสารบบอาหาร และเคยถูกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาออกประกาศเตือนภัยมาก่อน เนื่องจากตรวจพบการลักลอบผสม “ไซบูทรามีน” ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 1 ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ไซบูทรามีนเป็นสารที่ออกฤทธิ์กดความอยากอาหาร ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง และอาจก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะ ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว หายใจลำบาก ความดันโลหิตสูง รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง และในผู้ที่มีโรคประจำตัวอาจเกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

ว่าแล้วทำไมคนกินสิ้นชีวิต ยี่ห้ออาหารเสริม เห็นส่วนผสมแล้วตกใจ

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. และ สสจ.สกลนคร เข้าตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย 4 จุด ประกอบด้วย บ้านพักในพื้นที่ อ.พังโคน จ.สกลนคร ซึ่งระบุเป็นที่อยู่ผู้ส่งบนหน้ากล่องพัสดุที่เชื่อมโยงกับสินค้าที่ผู้เสียชีวิตสั่งซื้อ บริษัทขนส่งเอกชนใน อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร, บ้านพักอีกแห่งที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่งสินค้าของร้านค้าออนไลน์ และบ้านพักในพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุร

ผลการตรวจสอบที่บริษัทขนส่งพบพัสดุตีกลับจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีที่อยู่เชื่อมโยงกับร้านค้าออนไลน์ชื่อ “บาชิ บาชิ บาชิ” บนแพลตฟอร์ม TikTok โดยภายในกล่องพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Baschi จำนวน 15 กระปุก ขณะที่การตรวจค้นบ้านพักใน จ.นนทบุรี พบของกลางเพิ่มเติมอีก 3 กระปุก

รวมการตรวจค้นทั้ง 4 จุด เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อ Baschi ได้ทั้งหมด 18 กระปุก ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ อย. ได้เก็บตัวอย่างของกลางส่งตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อยืนยันว่ามีส่วนผสมของสารต้องห้ามหรือไม่ หากผลตรวจพบไซบูทรามีนหรือสารต้องห้ามอื่น จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแก่ผู้เกี่ยวข้อง

เบื้องต้น หากตรวจพบว่าในผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมของไซบูทรามีน ผู้กระทำผิดอาจเข้าข่ายความผิดฐานจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 1 เพื่อการค้า มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000-1,500,000 บาท นอกจากนี้ยังอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ในข้อหาจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ และแสดงฉลากไม่ถูกต้องอีกด้ว

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ขอให้ประชาชนตรวจสอบเลขสารบบอาหารและข้อมูลการแจ้งเตือนจาก อย. ก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพทุกครั้ง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ลักลอบผสมไซบูทรามีนถือเป็นอันตรายร้ายแรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด อาจทำให้หัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้

ด้าน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ฝากเตือนประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก โดยเฉพาะสินค้าที่โฆษณาเกินจริงหรืออวดอ้างสรรพคุณเกินข้อเท็จจริง พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะเดินหน้าปราบปรามผู้ลักลอบผสมสารไซบูทรามีนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างต่อเนื่อง และดำเนินคดีผู้กระทำผิดให้ถึงที่สุด