คืบหน้าคดีวัยรุ่นทะเลาะวิวาท ก่อนใช้อาวุธปืนยิง ส.อ.สุไหลหมาน บินอาหวา อายุ 26 ปี ทหารสังกัด ร้อย.สห.มทบ.42 ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ สห.พลเมืองดี บริเวณริมถนนชลาทัศน์ จ.สงขลา ล่าสุดผู้ต้องหาเข้ามอบตัวแล้ว ตำรวจคุมตัวไปค้นหาอาวุธปืนและเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ พบปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์พร้อมเครื่องกระสุน ขณะที่ผู้ต้องหาอ้างถูกผู้เสียชีวิตเข้าห้ามปรามและทำร้ายร่างกายก่อน จึงเกิดความโกรธแค้นและตัดสินใจยิง

เมื่อเวลา 20.30 น. พ.ต.อ.กีรติ ตรีวัย ผู้กำกับการ สภ.เมืองสงขลา นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสงขลา ควบคุมตัวนายปริวัตร์ หรือ ยูเว่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา ซึ่งเข้ามอบตัวที่ สภ.สทิงพระ ไปค้นหาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ หลังถูกออกหมายจับตามคำร้องขอของ พ.ต.ต.อิศรา นพรัตน์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองสงขลา
ผู้ต้องหารายนี้ถูกแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่น ครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ รวมถึงยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน
จากการสอบถามเบื้องต้น นายปริวัตร์ให้การว่า หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปยังร้านอาหารฟรีด้อม ริมถนนกาญจนวนิช พะวง 77 อำเภอเมืองสงขลา ก่อนนำอาวุธปืนไปทิ้งไว้บริเวณพงหญ้า แต่ตำรวจใช้เวลาค้นหาประมาณ 10 นาที กลับไม่พบอาวุธปืนดังกล่าว

ต่อมาผู้ต้องหาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ได้นำปืนไปทิ้งไว้บริเวณริมรั้วร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.เขารูปช้าง อ.เมืองสงขลา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปตรวจค้นอีกครั้ง กระทั่งพบอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง
จากนั้นตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นหาเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุที่บ้านพัก ซึ่งอยู่ห่างจากจุดพบอาวุธปืนประมาณ 800 เมตร โดยพบกางเกงขายาวสีดำและรองเท้าแตะสีขาว ส่วนเสื้อที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ ผู้ต้องหาอ้างว่าจำไม่ได้ว่านำไปทิ้งไว้ที่ใด
พ.ต.อ.กีรติ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือยิงจริง โดยอ้างว่าก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตเข้ามาห้ามปรามและทำร้ายร่างกาย ทำให้เกิดความโกรธแค้นจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงใส่ ก่อนนำปืนไปทิ้งและหลบหนี

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้น ไม่พบว่าผู้ต้องหาและผู้เสียชีวิตเคยมีความขัดแย้งส่วนตัวกันมาก่อน แต่พบว่าผู้ต้องหามีความขัดแย้งกับกลุ่มวัยรุ่นอีกฝ่ายในบริเวณดังกล่าว ตำรวจจึงยังต้องสอบสวนอย่างละเอียดและตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อยืนยันว่าคำให้การของผู้ต้องหาสอดคล้องกับข้อเท็จจริงหรือไม่
นอกจากนี้ เมื่อตำรวจนำภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุมาสอบถาม ผู้ต้องหาสามารถชี้จุดและเล่าลำดับเหตุการณ์ได้ตรงกับพยานหลักฐานในคลิปวิดีโอ ส่วนชนวนเหตุอื่น ๆ ทั้งเรื่องส่วนตัวหรือความขัดแย้งระหว่างกลุ่มวัยรุ่น ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำเพิ่มเติม
ด้านมาตรการป้องกันเหตุในระยะยาว ผู้กำกับการ สภ.เมืองสงขลา ระบุว่า ได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการกวดขันและตรวจตราพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงหลังเที่ยงคืน ซึ่งเป็นเวลาที่สถานบริการปิดทำการและมีกลุ่มวัยรุ่นกับนักท่องเที่ยวรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก พร้อมกำชับให้ตำรวจสายตรวจออกตรวจตราอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก

