คืบหน้าเหตุระทึกเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ตำรวจ สน.บางพลัด รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยจรัสลาภ เขตบางพลัด โดยมีชาวบ้านได้ยินเสียงปืนดังหลายนัด จึงประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว
ก่อนจะพบว่าภายในบ้านมีชายกำลังคลุ้มคลั่ง มีอาวุธปืนอยู่ภายในบ้าน ไม่ยอมมอบตัว ทราบชื่อ นายสราวุธ เกษรอินทร์ หรือ นายต๊อก อายุ 59 ปี จึงได้กันพื้นที่ ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ในรัศมี 200 เมตร เพื่อป้องกันอันตราย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลาม เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความยากลำบาก เนื่องจากชายคลุ้มคลั่งอยู่ในบ้านและยังไม่ยอมมอบตัว

พล.ต.สมาน เปิดปมลูกชายน้อยใจ ก่อนคลั่งเผาบ้าน จบชีวิตหดหู่

พล.ต.สมาน เปิดปมลูกชายน้อยใจ ก่อนคลั่งเผาบ้าน จบชีวิตหดหู่
จากนั้นจึงได้ประสานหน่วย S.W.A.T. กว่า 10 นาย วางกำลังรายล้อมและเข้าไปภายในบ้านหลังดังกล่าว ทันทีที่ชายคลุ้มคลั่งที่อยู่ภายในบ้านทราบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไป จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง ด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 นัด ทำให้เสียชีวิตบริเวณชั้นสอง ซึ่งในขณะนั้นไฟกำลังลุกลามขึ้นไปบริเวณชั้น 2 พอดี เจ้าหน้าที่หน่วย S.W.A.T. จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พร้อมให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลาม โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในบ้านพัก พบอาวุธสงคราม กระสุน และระเบิดจำนวนมาก จึงประสานเจ้าหน้าที่ชุด EOD ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและเก็บกู้

พล.ต.สมาน เปิดปมลูกชายน้อยใจ ก่อนคลั่งเผาบ้าน จบชีวิตหดหู่
อย่างไรก็ตาม ทราบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นลูกชายของ พลตรีสมาน เกษรอินทร์ อายุ 86 ปี ส่วนแรงจูงใจอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบ นายสราวุธ นั่งเสียชีวิตบนเก้าอี้บริเวณชั้น 2 ในมือถือปืน และในห้องข้างเคียงพบวัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงถอยกำลังออกมา เพื่อขอกำลังสนับสนุนจากชุด ปพ.บก.น.7 และชุด EOD เพื่อเข้าควบคุมพื้นที่
นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้พูดคุยกับ พลตรีสมาน เกษรอินทร์ อายุ 86 ปี ข้าราชการทหารเกษียณ พ่อของนายต๊อก ผู้ก่อเหตุ เปิดใจว่า เดิมทีบ้านหลังนี้ครอบครัวของตนเองพักอาศัยกันอยู่รวมแล้ว 4 คน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่จากกรมบังคับคดีนำหมายศาลบังคับคดีมาแปะไว้หน้าบ้าน ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไป ทำให้ครอบครัวต้องกระจัดกระจายแยกย้ายกันอยู่

พล.ต.สมาน เปิดปมลูกชายน้อยใจ ก่อนคลั่งเผาบ้าน จบชีวิตหดหู่
ส่วนสาเหตุนั้น ตนเองมาทราบในภายหลังว่าลูกสาวนำบ้านหลังนี้ไปขายฝากในมูลค่า 50 ล้านบาท ตั้งแต่เมื่อไหร่ตนเองก็ไม่ทราบ จนเรื่องไปถึงชั้นศาล ก่อนจะมีคำพิพากษาให้บริษัทเอกชนที่รับขายฝากเป็นผู้ชนะคดี จึงมีหมายศาลมาแปะหน้าบ้าน
สำหรับลูกชายของตนเองเป็นคนรักสัตว์ และมีความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน ทั้งแมว สุนัข และปลาอัลลิเกเตอร์ รวมกันแล้วมากกว่า 20 ตัว และพยายามจะเข้าไปให้อาหาร แต่อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่กีดกันไม่ให้เข้าไปดูแลสัตว์เลี้ยง ทำให้ลูกชายไม่สบายใจ

พล.ต.สมาน เปิดปมลูกชายน้อยใจ ก่อนคลั่งเผาบ้าน จบชีวิตหดหู่
ส่วนสาเหตุที่คลุ้มคลั่ง ตนเองไม่ทราบ เพราะที่ผ่านมาลูกชายไม่เคยมีอาการป่วยจิตเวช ไม่เสพยาเสพติด หรือดื่มสุราแต่อย่างใด

พล.ต.สมาน เปิดปมลูกชายน้อยใจ ก่อนคลั่งเผาบ้าน จบชีวิตหดหู่
ส่วนอาวุธปืนสงครามและระเบิดที่พบภายในบ้านเป็นจำนวนมาก ยืนยันว่าไม่ใช่ของตนเอง และไม่ทราบว่าลูกชายไปเอามาจากไหน ส่วนศพที่พบภายในบ้านยังไม่ยืนยันว่าใช่ลูกชายของตนจริงหรือไม่ แต่ติดต่อกับลูกชายได้ตั้งแต่เมื่อวาน ซึ่งส่วนตัวยังไม่สามารถติดต่อลูกชายได้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ จึงยังไม่สามารถตอบได้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น สาเหตุเกิดจากอะไร
จากนั้น ตำรวจ สน.บางพลัด ได้เชิญตัวพลตรีสมานไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ขณะเดียวกัน ตำรวจ EOD ตำรวจนครบาล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจกลาง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อเก็บพยานหลักฐานประกอบสำนวนคดี โดยมีการกั้นพื้นที่ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไป
