
ขนลุกคำพูด หมวดพงษ์ แวะกินไก่ก่อนไปลงมือ พ่อค้าเล่าใจสั่น

เจ้าหน้าที่ยังคงใช้วิธีเจรจาเป็นหลัก ขณะที่สถานการณ์โดยรวมยังสงบ ไม่มีเสียงปืนหรือการตอบโต้กับเจ้าหน้าที่ โดยมีการนำญาติสนิท หลาน รวมถึงบุคคลที่ผู้ก่อเหตุให้ความเกรงใจ เข้าร่วมพูดคุย เพื่อเกลี้ยกล่อมให้ยอมมอบตัวและยุติเหตุการณ์โดยไม่มีความสูญเสียเพิ่มเติม
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 9 กันยายน 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และ พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่บริเวณบ้านพัก เพื่อติดตามสถานการณ์และกำกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด
พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ก่อเหตุยังคงอยู่ภายในบ้านและมีชีวิตอยู่ สถานการณ์ค่อนข้างสงบ ไม่มีเสียงปืนหรือการตอบโต้กับเจ้าหน้าที่ จากการเฝ้าสังเกตพบว่ายังมีการเดินวนเวียนอยู่ภายในบ้าน ขณะที่ประตูและหน้าต่างถูกปิดไว้อย่างมิดชิด

พ่อค้าไก่ย่างเผยคำพูดชวนใจหาย ก่อนเกิดเหตุไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
ด้านพ่อค้าไก่ย่างอายุ 41 ปี ซึ่งระบุว่า “หมวดโอ๋” หรือ “หมวดพงษ์” แวะมาซื้อไก่ที่ร้านก่อนเกิดเหตุ เปิดเผยว่า วันนี้ผู้ก่อเหตุมีสีหน้าเงียบและดูเศร้ากว่าปกติ เมื่อถามว่าจะไปไหน เจ้าตัวตอบเพียงว่าจะไปทำธุระ ก่อนนั่งกินไก่อยู่ที่ร้าน
ระหว่างนั้นหมวดโอ๋พูดกับตนในลักษณะว่า “ขอกินให้อิ่มก่อน เพราะอาจไม่ได้กลับมากินอีก” แต่ในขณะนั้นตนไม่ได้คิดว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น จึงไม่ได้เอะใจแต่อย่างใด
หลังหมวดโอ๋ออกจากร้านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง นายศรัญญูได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุยิงภรรยาเสียชีวิต ทำให้รู้สึกตกใจอย่างมาก เนื่องจากเพิ่งพูดคุยและพบผู้ก่อเหตุก่อนเกิดเหตุเพียงไม่นาน
พ่อค้ายังเล่าว่า ก่อนหน้านี้หมวดโอ๋เคยแวะมาหาที่ร้านเป็นบางครั้งในช่วงที่มีความเครียด โดยบางครั้งถึงขั้นมานั่งร้องไห้และระบายความรู้สึก แต่ไม่ได้เล่าให้ฟังอย่างชัดเจนว่ามีปัญหาเรื่องใด ตนจึงทำได้เพียงพูดปลอบใจ
และยังเล่าอีกว่า “บางครั้งเขาก็มานั่งร้องไห้ บอกว่าเครียด แต่ไม่เคยบอกว่าเป็นเรื่องอะไร พอได้นั่งคุยและกินไก่สักพักก็กลับมาเป็นปกติ แต่วันนี้สีหน้าดูไม่ดีและเงียบกว่าทุกครั้ง”
ส่วนกระแสข่าวเกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์ส่วนตัวของหมวดโอ๋ พ่อค้าระบุว่า เคยได้ยินข้อมูลบางอย่างมาบ้าง แต่ไม่ทราบข้อเท็จจริง จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้หรือไม่
ขณะนี้สาเหตุและแรงจูงใจที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ ขณะที่ภารกิจสำคัญของเจ้าหน้าที่ยังคงเป็นการเจรจาเกลี้ยกล่อมให้หมวดโอ๋ออกมามอบตัวโดยปลอดภัย หลังสถานการณ์ปิดล้อมยืดเยื้อมานานกว่า 6 ชั่วโมง
