ญาติเผยสาเหตุเศร้า รถบรรทุกเสียหลักตกสะพาน ผัวเมียหนีออกไม่ได้ กอดกันเสียชีวิต

น.ส.นิสา เปิดเผยว่า พอตนทราบข่าวหลังเกิดเหตุก็รีบเดินทางไปที่เกิดเหตุ เห็นสภาพหัวเก๋งรถบรรทุกจมอยู่ในน้ำ เชื่อว่าพ่อกับแม่ต้องอยู่ในนั้น เพราะเขาจะไปไหนก็ไปด้วยกันตลอด โดยในวันเดียวกันเวลาประมาณ 10.00 น. แม่โทรศัพท์มาบอกว่ากำลังจะข้ามด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) และไม่ได้ติดต่อกันอีก กระทั่งมีคนโทรศัพท์บอกว่ารถบรรทุกของพ่อประสบอุบัติเหตุดังกล่าว

ด้าน นายประกาศ อายุ 70 ปี พ่อสามีของ น.ส.นิสา บอกว่า พ่อกับแม่ของลูกสะใภ้ขยันทำมาหากิน ได้ออกรถบรรทุกรับจ้างขนส่งสินค้าทั่วประเทศ รวมถึงวิ่งส่งสินค้าถึงชายแดนประเทศเวียดนาม โดยก่อนหน้านี้แม่ของลูกสะใภ้เวลานั่งคุยกับเพื่อนหรือญาติ จะพูดคล้ายเป็นการสั่งเสียเสมอว่า หากเป็นอะไรไปให้นำศพไปไว้ที่วัดอรัญญิกาวาส ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม และที่สำคัญอย่าเก็บศพไว้นาน สวดแค่คืนเดียวก็เผาเลย เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ญาติพี่น้องก็ทำตามคำสั่งของผู้วายชนม์ทุกอย่าง

ขณะที่ นางสงกา อายุ 65 ปี แม่สามี น.ส.นิสา บอกว่า วันเกิดเหตุลูกสะใภ้ร้องไห้มาบอก ว่าพ่อขับรถตกสะพาน ตนจึงรีบไปดู เห็นสภาพรถก็ได้แต่ทำใจ แต่ลึก ๆ แล้วในใจภาวนาขอให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ตนและลูกสะใภ้นั่งเฝ้าจนเจ้าหน้าที่นำรถขึ้นจากน้ำได้ ก็พบร่างทั้งคู่นอนกอดกันอยู่ภายในรถ โดยทั้งคู่เกิดปี พ.ศ. เดียวกัน วันเกิดก็ห่างกันแค่เดือนเดียว

อย่างไรก็ตาม ญาติคาดว่า คนขับน่าจะอ่อนเพลียจากการขับรถส่งผลไม้ไปชายแดนเวียดนาม เมื่อข้ามกลับมาถึงฝั่งไทยได้นำรถเข้าอู่ซ่อมช่วงล่าง เพื่อจะเดินทางไปรับผลไม้ที่ จ.ราชบุรี แต่ทั้งคู่ต้องแวะอาบน้ำที่บ้านก่อน ระหว่างทางน่าจะหลับใน ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนหัวสะพานข้ามห้วยหนองเซา ด้วยความตกใจจึงหักพวงมาลัยอย่างแรง รถจึงไถลข้ามเกาะกลางไปชนราวสะพาน ฝั่งขาเข้าเมืองนครพนม เป็นเหตุให้รถพุ่งตกจากสะพานที่มีความสูงประมาณ 7 เมตร และหัวเก๋งจมอยู่ในน้ำที่ลึกประมาณ 2 เมตร ทั้งสองพยายามดิ้นรนหาทางออก แต่น้ำได้ไหลเข้าตัวเก๋งอย่างรวดเร็ว จึงโผกอดกันจนนาทีสุดท้ายของชีวิต

.

.

.

.

น.ส.นิสา เปิดเผยว่า พอตนทราบข่าวหลังเกิดเหตุก็รีบเดินทางไปที่เกิดเหตุ เห็นสภาพหัวเก๋งรถบรรทุกจมอยู่ในน้ำ เชื่อว่าพ่อกับแม่ต้องอยู่ในนั้น เพราะเขาจะไปไหนก็ไปด้วยกันตลอด โดยในวันเดียวกันเวลาประมาณ 10.00 น. แม่โทรศัพท์มาบอกว่ากำลังจะข้ามด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) และไม่ได้ติดต่อกันอีก กระทั่งมีคนโทรศัพท์บอกว่ารถบรรทุกของพ่อประสบอุบัติเหตุดังกล่าว

ด้าน นายประกาศ อายุ 70 ปี พ่อสามีของ น.ส.นิสา บอกว่า พ่อกับแม่ของลูกสะใภ้ขยันทำมาหากิน ได้ออกรถบรรทุกรับจ้างขนส่งสินค้าทั่วประเทศ รวมถึงวิ่งส่งสินค้าถึงชายแดนประเทศเวียดนาม โดยก่อนหน้านี้แม่ของลูกสะใภ้เวลานั่งคุยกับเพื่อนหรือญาติ จะพูดคล้ายเป็นการสั่งเสียเสมอว่า หากเป็นอะไรไปให้นำศพไปไว้ที่วัดอรัญญิกาวาส ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม และที่สำคัญอย่าเก็บศพไว้นาน สวดแค่คืนเดียวก็เผาเลย เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ญาติพี่น้องก็ทำตามคำสั่งของผู้วายชนม์ทุกอย่าง

ขณะที่ นางสงกา อายุ 65 ปี แม่สามี น.ส.นิสา บอกว่า วันเกิดเหตุลูกสะใภ้ร้องไห้มาบอก ว่าพ่อขับรถตกสะพาน ตนจึงรีบไปดู เห็นสภาพรถก็ได้แต่ทำใจ แต่ลึก ๆ แล้วในใจภาวนาขอให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ตนและลูกสะใภ้นั่งเฝ้าจนเจ้าหน้าที่นำรถขึ้นจากน้ำได้ ก็พบร่างทั้งคู่นอนกอดกันอยู่ภายในรถ โดยทั้งคู่เกิดปี พ.ศ. เดียวกัน วันเกิดก็ห่างกันแค่เดือนเดียว

อย่างไรก็ตาม ญาติคาดว่า คนขับน่าจะอ่อนเพลียจากการขับรถส่งผลไม้ไปชายแดนเวียดนาม เมื่อข้ามกลับมาถึงฝั่งไทยได้นำรถเข้าอู่ซ่อมช่วงล่าง เพื่อจะเดินทางไปรับผลไม้ที่ จ.ราชบุรี แต่ทั้งคู่ต้องแวะอาบน้ำที่บ้านก่อน ระหว่างทางน่าจะหลับใน ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนหัวสะพานข้ามห้วยหนองเซา ด้วยความตกใจจึงหักพวงมาลัยอย่างแรง รถจึงไถลข้ามเกาะกลางไปชนราวสะพาน ฝั่งขาเข้าเมืองนครพนม เป็นเหตุให้รถพุ่งตกจากสะพานที่มีความสูงประมาณ 7 เมตร และหัวเก๋งจมอยู่ในน้ำที่ลึกประมาณ 2 เมตร ทั้งสองพยายามดิ้นรนหาทางออก แต่น้ำได้ไหลเข้าตัวเก๋งอย่างรวดเร็ว จึงโผกอดกันจนนาทีสุดท้ายของชีวิต