เบื้องต้น นายจีราวัฒน์ ให้การว่า ผู้ตายมาขอยืมเงินจำนวน 20,000 บาท แต่เมื่อไม่ได้ตามต้องการจึงเกิดความไม่พอใจ และชักมีดออกมาข่มขู่ ก่อนจะมีการต่อสู้กันขึ้น ระหว่างชุลมุนตนล้มลงและคว้าสากกะเบือได้ จึงใช้ตีศีรษะอีกฝ่ายเพื่อป้องกันตัว พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ใช้มีดแทง เนื่องจากมีดอยู่ในมือผู้ตายตลอดเวลา ทั้งยังยอมรับว่าเคยรู้จักกันในฐานะลูกค้าประจำ แต่ระยะหลังไม่ได้มาใช้บริการแล้ว และปฏิเสธว่าไม่มีการนัดหมายหรือเกี่ยวข้องกับประเด็นโทรศัพท์ตามที่ถูกกล่าวอ้าง
ต่อมาเวลา 20.30 น. พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผู้กำกับการ สภ.ปากเกร็ด พร้อมด้วย พ.ต.ท.ก้องพิสิษฐ์ พฤกษาชีวะ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม ลงพื้นที่ตรวจสอบและควบคุมสถานการณ์ โดยเจ้าหน้าที่ได้พูดคุยทำความเข้าใจกับกลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิตและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ชี้แจงขั้นตอนทางกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีอย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จนสามารถเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตออกจากจุดเกิดเหตุได้ในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นตั้งแต่ช่วงเย็น บริเวณหน้าร้านเกิดความตึงเครียด เมื่อกลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิตเดินทางมาปิดล้อมพื้นที่ เนื่องจากติดใจสาเหตุการเสียชีวิต โดยไม่เชื่อคำกล่าวอ้างของเจ้าของร้าน และเชื่อว่าเพื่อนถูกหลอกมาทำร้าย เนื่องจากผู้ตายบอกว่าจะมาเอาโทรศัพท์คืน อีกทั้งยืนยันว่าไม่ได้พกมีดมาด้วย ทำให้มีการรวมตัวเรียกร้องความยุติธรรม จนเจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่สามารถนำร่างออกมาได้ในช่วงแรก
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ระบุว่า คดีอยู่ระหว่างขั้นตอนทางนิติเวช โดยกำลังรอผลชันสูตรพลิกศพ พร้อมขอให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานของตำรวจ และขอความร่วมมือผู้ที่มารวมตัวกันให้ทยอยแยกย้ายกลับ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายมากยิ่งขึ้น

