
นายอนุทิน ระบุว่า มาตรการใหม่นี้อาจใช้ชื่อ ไทยช่วยไทย และจะเป็นการต่อยอดจากโครงการคนละครึ่งเดิม โดยเพิ่มทั้งขนาดวงเงินสนับสนุน และรูปแบบความช่วยเหลือให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการดูแลประชาชนระดับฐานราก
ทั้งนี้ รัฐบาลมองว่า มาตรการลักษณะนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพยุงกำลังซื้อภายในประเทศ ในช่วงที่ประชาชนเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและราคาพลังงานที่สูงขึ้น พร้อมย้ำว่าการดำเนินนโยบายทั้งหมดจะอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด
ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายค้าน นายกรัฐมนตรีมองว่าเป็นเรื่องปกติในกระบวนการตรวจสอบ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลมีหน้าที่เร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และลดภาระของประชาชนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด
สำหรับรายละเอียดของโครงการ คนละครึ่งพลัส ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการออกแบบเชิงนโยบาย โดยจะเน้นให้เกิดผลทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ คือการกระตุ้นการใช้จ่าย และมิติทางสังคม คือการช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนไปพร้อมกัน โดยตั้งเป้าให้สามารถเริ่มใช้มาตรการได้โดยเร็วในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน
