
ยศชนัน ระบุว่า ที่ผ่านมาได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหลายกลุ่ม หลายองค์กร รวมถึงประชุมร่วมกับทีมงานทุกฝ่าย โดยเห็นตรงกันว่าบริบทสังคมโลกและสังคมไทยเปลี่ยนแปลงมาก ปัจจัยทางการเมืองครั้งนี้มีความซับซ้อน และการจัดการทางการเมืองรวมถึงการใช้ทรัพยากรมีบทบาทสูงต่อผลเลือกตั้
ในฐานะตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย เขาย้ำว่าพรรคเคารพและน้อมรับการตัดสินใจของประชาชน พร้อมกล่าวถึง 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. ยืนยันยึดความสุจริตโปร่งใสของการเลือกตั้งเป็นหลัก เห็นว่าเสียงทักท้วงจากประชาชนมีน้ำหนัก และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรรับฟังและชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงให้ความร่วมมือในการตรวจสอบทุกกระบวนการ โดยฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการควบคู่ และจะติดตามจนกว่าจะมีข้อยุติ
2. ให้คำมั่นรับผิดชอบต่อทุกคะแนนเสียง เดินหน้าผลักดันสิ่งที่หาเสียงไว้ ร่วมกับบุคลากรในพรรค กลไกรัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาในอำนาจหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ไม่จบไม่เลิก
สำหรับทิศทางทางการเมืองหลังเลือกตั้ง ยศชนันเผยว่าพรรคมี 2 ทางเลือก คือ เข้าร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ไม่ง่ายสำหรับพรรคที่เคยเป็นแกนนำรัฐบาลมายาวนาน อย่างไรก็ตาม หลังหารือภายใน แม้เวลาจำกัด แต่เสียงส่วนใหญ่เห็นควรเข้าร่วมรัฐบาล
ในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรค เขาระบุว่าพร้อมเดินหน้าไปกับทุกคนในเส้นทางที่เลือก พร้อมกล่าวขออภัยหากการตัดสินใจครั้งนี้สร้างความไม่สบายใจแก่ผู้สนับสนุนบางส่วน และยืนยันรับฟังทุกความคิดเห็นด้วยความเคารพ

ความคืบหน้าล่าสุด คือ การตอบรับคำเชิญของหัวหน้าพรรค อนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อหารือจัดตั้งรัฐบาล และมีการแถลงข่าวร่วมกัน โดยพรรค พรรคเพื่อไทย ประกาศสนับสนุน พรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคอันดับ 1 เป็นแกนนำตามระบบรัฐสภา รายละเอียดขั้นตอนต่อจากนี้จะรายงานให้ทราบเป็นระยะ
ยศชนันยังเน้นย้ำว่าเรื่องเร่งด่วนคือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชนทั่วประเทศ บูรณาการหลายกระทรวงเพื่อขับเคลื่อน และสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศ พร้อมยืนยันจะทำงานเต็มที่ รับผิดชอบต่อทุกสิ่งที่เกิดขึ้น แม้เริ่มต้นจากความพ่ายแพ้ แต่จะยืนอยู่กับพรรคจนถึงวันที่กลับมาชนะอีกครั้ง
ปิดท้ายด้วยการย้ำว่าพร้อมรับฟังทุกความเห็น ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือเห็นต่าง พร้อมยืนยันว่าประชาธิปไตยยิ่งใหญ่และงดงามเสมอ

